ฟีฟ่าเวิลด์คัพ ก่อมลพิษมากสุดเป็นประวัติการณ์

ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมระบุ การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ก่อมลพิษมากที่สุดในประวัติศาสตร์

เดวิด โกกิชวิลี นักภูมิศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโลซาน หรือ Unil กล่าวว่า การแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้แตกต่างจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่สามารถลดปริมาณคาร์บอนลงได้จากการจัดงานหลายครั้งที่ผ่านมา แต่ในฟุตบอลโลกชายของฟีฟ่านั้นกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ฟุตบอลโลกในฤดูร้อนนี้จะมีการขยายจำนวนทีมเพิ่มเป็น 48 ทีมเป็นครั้งแรก และ จะจัดการแข่งขันร่วมกันใน 3 ประเทศ ได้แก่ เม็กซิโก แคนาดา และ สหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกเช่นกัน แม้ว่าการแข่งขันครั้งนี้จะสร้างรายได้ในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่ผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยโลซานชี้ให้เห็นว่า มันจะทิ้งรอยเท้าคาร์บอนที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการกีฬาระดับนานาชาติ

ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ CO2) ที่คาดการณ์ไว้จะมีจำนวนสูงถึง 5 – 9 ล้านตัน เมื่อเทียบกับประมาณ 1.75 ล้านตันของการแข่งขันโอลิมปิกที่ปารีสปี 2024 ตัวเลขดังกล่าวสูงเกินกว่าปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่รัสเซียเคยสร้างไว้ในปี 2018 ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 2.17 ล้านตัน ในการแข่งขันฟุตบอลโลกที่มีพื้นที่กว้างไกล และ มีจำนวนการแข่งขันน้อยกว่าครั้งนี้ถึง 40 แมตช์ และยังสูงกว่าการแข่งขันที่กาตาร์ในปี 2022 ซึ่งปล่อยก๊าซไป 3.17 ล้านตัน ในมหกรรมกีฬาขนาดกระชับที่เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเรื่องการเร่งสร้างสนามกีฬาติดเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่เกินความจำเป็น