ยอดผู้เสียชีวิตจากคลื่นความร้อนในฝรั่งเศสเพิ่มขึ้นร้อยละ 30
สำนักงานสาธารณสุขแห่งชาติฝรั่งเศส ระบุว่า จำนวนผู้เสียชีวิตในพื้นที่แถบปริมณฑล และ กรุงปารีสพุ่งสูงขึ้นถึงร้อยละ 62 นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากฝีมือมนุษย์คือต้นเหตุอย่างชัดเจน ที่ทำให้คลื่นความร้อนซึ่งพัดถล่มยุโรปเมื่อปลายเดือนมิถุนายนทวีความรุนแรงมากขนาดนี้ สำนักอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติฝรั่งเศส รายงานว่า ฝรั่งเศสได้บันทึกสถิติ เดือนมิถุนายนที่ร้อนที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการเก็บข้อมูลในปี 1947 โดยคลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 17- 30 มิถุนายน ส่งผลให้อุณหภูมิพุ่งทะลุเกิน 40 องศาเซลเซียส ครอบคลุมพื้นที่มากกว่าร้อยละ 40 ของประเทศ
นายกรัฐมนตรี เซบาสเตียน เลอกอร์นู กำลังเผชิญกับการลงมติไม่ไว้วางใจในสภาผู้แทนราษฎร จากข้อกล่าวหาเรื่องความบกพร่องในการเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยร้อนจัด ซึ่งส่งผลให้โรงเรียนหลายแห่งต้องปิดทำการชั่วคราว และ มีการยกเลิกเที่ยวรถไฟ มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 29.1 เ หรือคิดเป็นจำนวนผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้น 2,025 คนในช่วงสัปดาห์ของวันที่ 22 มิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงที่อุณหภูมิพุ่งแตะระดับสูงสุด เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน