ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯชี้ เมตาจงใจทำให้เด็กเสพติด เพื่อแสวงหาประโยชน์
ศาลกลางของสหรัฐฯ พิจารณาคดีฟ้องบริษัทเมตา ในข้อหาจงใจทำให้ผู้ใช้งานรุ่นเยาว์เสพติดอินสตาแกรม และ เฟซบุ๊ก โดยผู้เชี่ยวชาญหลายคนระบุว่าเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญเหมือนกรณีบริษัทบุหรี่ กลุ่มพันธมิตรจากหลายรัฐก็กำลังเรียกร้องให้ลงโทษปรับเมตาเป็นเงิน 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ จากการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ทำให้เด็กเสพติด
ฟิล ไวเซอร์ อัยการสูงสุดของรัฐโคโลราโด แถลงว่า บรรดารัฐต่าง ๆ ต้องเข้ามาแทรกแซงในจุดที่สภาคองเกรสล้มเหลวในการดำเนินการ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า คดีนี้เกี่ยวข้องกับสาธารณสุข และ ในบางกรณี คือการตลาดที่มุ่งเป้าไปที่เด็กซึ่งส่งผลเสียต่อตัวเด็กเอง ซึ่งคล้ายกับคดีประวัติศาสตร์ที่เคยฟ้องร้องบริษัทบุหรี่เมื่อหลายทศวรรษก่อน เมแกน โอนีล อัยการจากรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้ชี้ให้เห็นว่ารูปแบบธุรกิจของเมตามีเจตนาเพื่อทำให้ผู้ใช้เสพติด ดึงให้อยู่ในระบบให้นานที่สุด เก็บเกี่ยวข้อมูลของพวกเขา แล้วซ่อนความจริงไว้ไม่ให้สาธารณชนรับรู้ จึงเท่ากับเมตาแสวงหาประโยชน์จากกลไกการทำงานของสมองเด็ก ขณะที่ อาร์ตูโร เบฮาร์ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมของเมตา ได้ขึ้นให้การว่า ในช่วงปีแรก ๆ ของเฟซบุ๊ก เป้าหมายคือการส่งผลิตภัณฑ์ถึงมือผู้ใช้ให้เร็วที่สุด ซึ่งหมายความว่าเรื่องความปลอดภัยมักถูกมองข้าม