ตำรวจนอกเครื่องแบบควบคุมตัวชายคนหนึ่ง ต้องสงสัยไล่แทงผู้หญิง 3 คนจนได้รับบาดเจ็บในกรุงปารีส โลร็องต์ นูเญซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ ตำรวจปารีส ระบุว่า อัตลักษณ์ แล ะแรงจูงใจของผู้ต้องสงสัยยังไม่ทราบแน่ชัดในทันที เหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นในย่านปอร์เต เดอ คลิชี ทางตอนเหนือของกรุงปารีส โดยผู้หญิง 3 คน ซึ่งมีอายุ 19 ปี 24 ปี และ 36 ปี ได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังเกิดเหตุ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 คน ถูกแทงที่บริเวณหลังส่วนล่าง และ อีกหนึ่งคนถูกแทงที่ช่องท้อง หนึ่งในผู้ประสบเหตุทั้งสามคนกำลังตั้งครรภ์ด้วย เครา เดลลาเบด พนักงานเสิร์ฟวัย 54 ปี เล่าว่า เธอล้างจานอยู่ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุแทงกันพอดี เห็นผู้ชายคนหนึ่งเดินผ่านไปพร้อมกับมีดสองเล่ม แล้วก็แทงคนไปสามคน จากนั้นมีชายหนุ่มคนหนึ่งที่ถือกระเป๋าเดินทางใบเล็ก ใช้กระเป๋าของเขาฟาดผู้ก่อเหตุจนล้มลงกับพื้น หลังจากนั้นพนักงานเสิร์ฟจากร้านอาหารใกล้เคียงก็ได้นำเก้าอี้มาทับตัวเขาไว้ ผู้ต้องสงสัยให้การวกวน
Category: int
ยูเนสโกขึ้นทะเบียนมรดกโลกโรงละครบราซิล
องค์การยูเนสโกขึ้นทะเบียนมรดกโลก โรงละคร เตอาโตร ดา ปาซ และ เตอาโตร อามาโซนัส ของบราซิล องค์การยูเนสโกระบุว่า อาคารทั้งสองแห่งซึ่งตั้งอยู่ในเมืองเบเลม และ เมืองมาเนาส์ ถือเป็นมรดกตกทอดจากยุคทอง ของภูมิภาคแอมะซอน ยูเนสโกกล่าวเสริมว่า โรงละครทั้งสองแห่งมีบทบาทสำคัญในช่วงยุคตื่นยางพาราของแอมะซอน ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ซึ่งอยู่ในช่วงปี 1879 – 1912 ได้นำพาความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนมาสู่แอมะซอน ซึ่งเป็นป่าฝนเขตร้อนที่ใหญ่ที่สุดในโลก นักประวัติศาสตร์ชี้ให้เห็นว่า ความรุ่งเรืองนี้ก็นำมาซึ่งการบังคับใช้แรงงานในภูมิภาคด้วยเช่นกัน ซึ่งส่งผลให้ประชากรกลุ่มชาติพันธุ์พื้นเมืองในแอมะซอนลดลงเป็นจำนวนมาก สิ่งก่อสร้างเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความทะเยอทะยานทางการเมือง และ การพัฒนาเมือง การรับรองจากยูเนสโกยังครอบคลุมไปถึงจัตุรัสสาธารณะของโรงละครแต่ละแห่งด้วย ได้แก่ จัตุรัสปราซา ดา เรปูบลีกา และ จัตุรัสลาร์โก เด ซาว เซบัสเตียว ยูเนสโกระบุว่า โรงละครเตอาโตร ดา ปาซ และ จัตุรัสปราซา ดา เรปูบลีกา ช่วยตอกย้ำบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ของเมืองเบเลม ในฐานะเมืองท่าและ เมืองหลวงของรัฐ ส่วนโรงละครเตอาโตร […]
เมียนมากำหนดโทษประหารแก๊งคอลเซ็นเตอร์
รัฐสภาเมียนมาผ่านกฎหมาย อนุญาตให้ลงโทษประหารชีวิตแก่ผู้ที่กักขังหรือใช้ความรุนแรงบังคับขู่เข็ญเหยื่อให้ทำงานในศูนย์หลอกลวงออนไลน์ หรือ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ออง ลิน ดเว ประธานรัฐสภาแห่งสหภาพเมียนมา กล่าวระหว่างการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ว่า ร่างพระราชบัญญัติต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์ ได้ผ่านความเห็นชอบหลังจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอนุมัติการแก้ไขร่างกฎหมาย ในการประชุมร่วมกันของสภาผู้แทนราษฎร กับ สภานิติบัญญัติแห่งชาติเมื่อเช้าวันอังคาร ที่กรุงเนปิดอว์ ร่างกฎหมายที่เผยแพร่เมื่อเดือนพฤษภาคมระบุว่า กฎหมายนี้รวมถึงบทลงโทษจำคุกตั้งแต่ 10 ปีถึงตลอดชีวิต ตลอดจนการประหารชีวิต สำหรับการ ใช้ความรุนแรง ทรมาน จับกุม และ กักขังโดยมิชอบด้วยกฎหมาย หรือการปฏิบัติอย่างโหดร้ายต่อบุคคลอื่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบังคับให้พวกเขาทำการหลอกลวงออนไลน์ ร่างกฎหมายระบุว่า หากการกระทำความผิดดังกล่าวเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจะต้องระวางโทษประหารชีวิต และ บทลงโทษจำคุกสูงสุดตลอดชีวิตสำหรับผู้ที่ดำเนินงานศูนย์หลอกลวงออนไลน์ และ ผู้ที่ ทำการหลอกลวงด้วยสกุลเงินดิจิทัล
ติดวงจรปิดเอไอ เฝ้าระวังกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย
เกาหลีใต้ติดกล้องวงจรปิดระบบเอไอ บนสะพานข้ามแม่น้ำฮันในกรุงโซล ส่งสัญญาณเตือนภัยเมื่อมีแนวโน้มว่ากำลังจะมีคนกระโดดสะพาน เพื่อเข้าช่วยเหลือได้ทันท่วงที เกาหลีใต้มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ระบบเฝ้าระวังที่ขับเคลื่อนเอไอ จะแจ้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่กู้ภัยทันทีหากมีใครบางคน เดินตามจุดต่าง ๆ นานเกินไป หรือ เข้าไปในพื้นที่ที่กำหนดว่าไม่ปลอดภัย หรือยกหูโทรศัพท์สายด่วนป้องกันการฆ่าตัวตายที่ติดตั้งไว้บนสะพาน คิม จุน-ยอง หัวหน้าศูนย์ควบคุมกล้องวงจรปิดแบบบูรณาการสะพานฮันกัง กล่าวว่า ระบบนี้มีประสิทธิภาพอย่างน่าทึ่ง โดยช่วยให้อัตราการรอดชีวิตจากการกู้ภัยในแม่น้ำพุ่งสูงขึ้นกว่าร้อยละ 99 จากเดิมที่เคยอยู่ที่ร้อยละ 56 ในปี 2012 ทีมกู้ภัยฉุกเฉินสามารถเดินทางไปถึงสะพานส่วนใหญ่ได้ภายในเวลา 5 นาที ซึ่งเป็นช่วงเวลาวิกฤต ในการเข้าแทรกแซง และ ช่วยชีวิตคนได้ทันท่วงที คิมกล่าวว่า บทบาทของทีมกู้ภัยคือการให้โอกาสพวกเขาได้ทบทวนอีกครั้ง เพราะนั่นอาจไม่ใช่การตัดสินใจที่พวกเขาต้องการจริง ๆ ก็ได้ การตกจากความสูงประมาณ 30 เมตรลงสู่ผิวน้ำนั้น รุนแรงเทียบเท่ากับการขับรถชนด้วยความเร็ว 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
กฎหมายอียู ติดป้ายกำกับสร้างด้วยเอไอ
ดีปเฟก และ เนื้อหาที่สร้างด้วยเอไออื่น ๆ จะต้องถูกติดป้ายกำกับตั้งแต่วันอาทิตย์นี้เป็นต้นไป ตามกฎหมายด้านความโปร่งใสของสหภาพยุโรปเริ่มมีผลบังคับใช้ กฎหมายเอไอที่ครอบคลุมของสหภาพยุโรปมีผลบังคับใช้เป็นระยะ โดยตั้งแต่วันอาทิตย์นี้ บริษัทต่าง ๆ ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าระบบเอไอของตน เช่น แชตบอต ได้แจ้งให้ผู้ใช้ทราบอย่างชัดเจนว่าเป็นเอไอ หรือเมื่อมีการสร้างรูปภาพ หรือข้อความด้วยเอไอ จะต้องมีป้ายกำกับระบุไว้ โดยสามารถทำได้ด้วยการใส่ลายน้ำ และ เครื่องหมายอื่น ๆ เพื่อช่วยให้ตรวจจับเนื้อหาที่สร้างด้วยเอไอได้ง่ายขึ้น ซึ่งบริษัทต่าง ๆ จะต้องเผชิญกับโทษปรับจำนวนมหาศาลหากไม่ปฏิบัติตาม สหภาพยุโรปมีเป้าหมายเพื่อรักษาความสามารถของพลเมืองในการไว้วางใจสิ่งที่พวกเขาเห็น ได้ยิน และ อ่าน สิ่งที่สหภาพยุโรปมีความกังวลเป็นพิเศษคือ ดีปเฟก ซึ่งหมายถึงข้อความ รูปภาพ วิดีโอ และ เสียง ที่ดูเหมือนจริงแต่ถูกสร้างขึ้นหรือดัดแปลงโดยเอไอ กฎระเบียบนี้ส่งผลกระทบต่อเนื้อหาที่ทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาชีพ โดยสหภาพยุโรปเน้นย้ำว่าบุคคลที่ใช้เอไอในฐานะส่วนตัวโดยบริสุทธิ์จะไม่ได้รับผลกระทบ
คู่รักญี่ปุ่นใช้เอไอรัฐบาลหาคู่
คู่รัก 265 คู่ได้แต่งงานกัน หลังพบกันบนแอปพลิเคชันหาคู่ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบเอไอ ของรัฐบาลในปี 2024 เพื่อช่วยยกระดับอัตราการเกิดที่ตกต่ำของญี่ปุ่น แอปพลิเคชัน โตเกียว เอ็นมุสุบิ เปิดใช้งานตั้งแต่เดือนกันยายน 2024 หลังจากผลสำรวจพบว่า ประชาชนที่สนใจในการแต่งงานประมาณร้อยละ 70 ไม่ได้มีส่วนร่วมในการจับคู่อย่างจริงจัง ผู้ที่ลงทะเบียนจึงต้องพิสูจน์สถานะทางกฎหมายว่า ตนเองยังเป็นโสด และ ต้องผ่านการสัมภาษณ์ทางออนไลน์ รวมถึงเงื่อนไขอื่น ๆ ข้อมูลจากรัฐบาลที่เปิดเผยในเดือนนี้ระบุว่า นับถึงวันที่ 30 มิถุนายนของปีนี้ แอปพลิเคชันโตเกียว เอ็นมุสุบิ มีสมาชิกที่ลงทะเบียนแล้ว 16,000 คน ซึ่งคัดกรองมาจากผู้สมัครประมาณ 36,000 คน และ มีคู่รักที่อยู่ในความสัมพันธ์ที่จริงจัง จำนวน 760 คู่ และ มีคู่รักรวมทั้งสิ้น 265 คู่ที่ได้แต่งงานกันแล้ว ข้อมูลจากรัฐบาลในเดือนมิถุนายนแสดงให้เห็นว่า จำนวนทารกที่เกิดในญี่ปุ่นจากผู้มีสัญชาติญี่ปุ่น ลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 671,236 คนในปี 2025 ซึ่งเป็นการลดลงติดต่อกันเป็นปีที่ 10 กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และ สวัสดิการ […]
วิสามัญผู้ต้องหาขับรถพุ่งใส่พาเหรดเกย์
ตำรวจวิสามัญฆาตกรรมผู้ต้องหาหลักในเหตุที่เจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็น การโจมตีโดยกลุ่มแนวคิดอิสลามหัวรุนแรง ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตใกล้กับพื้นที่จัดขบวนพาเหรด เบอร์ลิน ไพร์ด ตำรวจเบอร์ลินระบุผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์ว่า ได้แกะรอยผู้ต้องหาหลักรายนี้ คือ อับดุล บัลลุต อายุ 21 ปีไปยังพื้นที่สวนจัดสรรในเขตสปันเดา ทางตะวันตกของเมือง เมื่อเวลาประมาณ 18:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันอาทิตย์ ตำรวจระบุว่า บัลลูตได้วิ่งเข้าใส่เจ้าหน้าที่พร้อมกับอาวุธมีคม ทำให้เจ้าหน้าที่ตัดสินใจเปิดฉากยิง และ ทำให้ผู้ต้องสงสัยได้รับบาดเจ็บ และ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ แม้จะมีความพยายามในการปั๊มหัวใจช่วยชีวิตแล้วก็ตาม อัยการเปิดเผยว่า บัลลูต ซึ่งเป็นพลเมืองเยอรมันเชื้อสายเลบานอน เป็นผู้สนับสนุนกลุ่มที่เรียกตนเองว่า รัฐอิสลามไอเอส และ มีประวัติอาชญากรรมติดตัวหลายคดี โดยคดีล่าสุดเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา บรรดานักการเมืองในเยอรมนี และ ยุโรปต่างออกมาประณามการโจมตีครั้งนี้อย่างกว้างขวาง ขณะที่มีการลดธงชาติบริเวณอาคารรัฐสภาเยอรมัน ลงครึ่งเสาเพื่อไว้อาลัย นายกรัฐมนตรี ฟรีดริช แมร์ซ แห่งเยอรมนี ได้กล่าวถ้อยแถลงก่อนเริ่มพิธีรำลึกถึงผู้เสียชีวิต ที่โบสถ์มาเรียนเคียร์เชอ ในกรุงเบอร์ลิน โดยเรียกร้องให้กลุ่มผู้ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีในครั้งนี้ อย่าปล่อยให้ตัวเองถูกคุกคามหรือหวาดกลัว
ขึ้นทะเบียนมรดกโลก หาดยกพลขึ้นบก
หาดประวัติศาสตร์อันเป็นสัญลักษณ์แห่งการยกพลขึ้นบกในวันดีเดย์ที่แคว้นนอร์มองดี ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกแล้ว แนวชายฝั่งทางตะวันตกเฉียงเหนือของฝรั่งเศสที่มีความยาวกว่า 80 กิโลเมตร คือสถานที่ที่กองกำลังพันธมิตรยกพลขึ้นบกเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 1944 และ เป็นสมรภูมิรบครั้งสำคัญในการปลดปล่อยยุโรปจากการปกครองของลัทธินาซี พร้อมทั้งนำไปสู่การสิ้นสุดของสงครามโลกครั้งที่สอง การเสนอชื่อในครั้งนี้ครอบคลุมชายหาดดีเดย์ทั้ง 5 แห่งที่รู้จักกันในนามรหัสลับ ได้แก่ ยูทาห์ โอมาฮา โกลด์ จูโน และ ซอร์ด แอร์เว โมแร็ง ประธานภูมิภาคนอร์มองดี กล่าวว่า การตัดสินใจครั้งนี้ได้มอบความรับผิดชอบครั้งใหญ่ให้แก่พวกเรา มันบีบให้เราต้องอนุรักษ์พื้นที่แห่งนี้ ปกป้องดูแล ใส่ใจให้มากยิ่งขึ้น และ ส่งเสริมคุณค่าของมันต่อไป ชายหาดดีเดย์ได้เข้าร่วมทำเนียบมรดกโลกเคียงข้างสถานที่สำคัญของฝรั่งเศสอีกกว่า 50 แห่งที่ได้รับการขึ้นทะเบียนไปก่อนหน้านี้ เช่น เกาะ และ อารามมง-แซ็ง-มีแชลในนอร์มองดี และ พระราชวังแวร์ซาย การยอมรับใน คุณค่าอันโดดเด่นเป็นสากลครั้งนี้ ไม่เพียงแต่นำชื่อเสียงมาสู่ระดับนานาชาติเท่านั้น แต่ยังผูกพันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำงานเพื่อการอนุรักษ์พื้นที่แห่งนี้อย่างยั่งยืนต่อไป
ควีนแมกซิมาเปิดงาน LGBTQ
สมเด็จพระราชินีแมกซิมาแห่งเนเธอร์แลนด์ ทรงเปิดงาน LGBTQ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกในกรุงอัมสเตอร์ดัม สมเด็จพระราชินีแห่งเนเธอร์แลนด์เสด็จไปทรงเปิดงานเวิลด์ไพรด์ 2026 อย่างเป็นทางการต่อหน้าเหล่าแดร็กควีน และ นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิ LGBTQ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสเตือนเกี่ยวกับปฏิกิริยาต่อต้านที่ชุมชนผู้มีความหลากหลายทางเพศต้องเผชิญในบางประเทศ เฟมเก ฮัลเซมา นายกเทศมนตรีกรุงอัมสเตอร์ดัม กล่าวในพิธีเปิด ฝ่าพระบาท วันนี้พระองค์ไม่ได้ประทับอยู่เพียงลำพัง พระองค์ทรงอยู่ท่ามกลางเหล่าควีนจากทุกกลุ่มภูมิหลัง ยินดีต้อนรับสู่แดนรวมพลของเหล่าควีน สมเด็จพระราชินีแมกซิมา และ ฮัลเซมา ประทับและยืนบนเวทีซึ่งมีป้ายประกาศข้อความว่า สิทธิของคนรักเพศเดียวกัน = สิทธิมนุษยชน และ แข็งแกร่งไปด้วยกัน กรุงอัมสเตอร์ดัมจะเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมต่าง ๆ กว่า 300 งานไปจนถึงวันที่ 8 สิงหาคมนี้ ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างการเฉลิมฉลองอันสนุกสนานของเทศกาลไพรด์ที่จัดขึ้นทั่วโลก เข้ากับการเคลื่อนไหวทางสังคมที่ผู้นำ LGBTQ หลายคนระบุว่ายังคงมีความจำเป็น มีการจัดขบวนพาเหรดไพรด์เพื่อทำเครื่องหมายการเปิดเทศกาล ขณะที่แดร็กควีนชื่อดังอย่าง เลดี้ ไฮเนเกน ได้ทำหน้าที่เป็นประธานในพิธีทบทวนคำสาบานตนของคู่รักบนเรือเฟอร์รี
ไฟป่าฝรั่งเศสเกิดปรากฎการณ์เมฆไฟ
ไฟป่าครั้งใหญ่ที่กำลังสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงทางตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ไพโรคิวมูโลนิมบัส หรือ เมฆไฟ ที่อันตรายอย่างยิ่ง ปรากฏการณ์ที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนในฝรั่งเศส เป็นกลุ่มเมฆคิวมูโลนิมบัส แฟลมมาเจนิตัส ที่ก่อตัวขึ้น และ เป็นกลุ่มเมฆที่มักพบได้ระหว่างการระเบิดของภูเขาไฟ หรือ เกิดขึ้นเมื่อไฟป่าแผ่ความร้อนจัดเผาไหม้อากาศใกล้พื้นดิน ส่งผลให้อากาศลอยตัวขึ้นสู่เบื้องบนอย่างรวดเร็ว อากาศที่ลอยตัวขึ้นไปจะเย็นตัวลง และ กลายเป็นกลุ่มเมฆ หรือ เมฆไฟ ซึ่งเป็นมวลอากาศที่ปั่นป่วนและ สามารถสร้างกระแสลมขึ้นมาได้เอง ส่งผลให้ไฟป่าทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น และ หากกลุ่มเมฆนี้มีขนาดใหญ่มาก ก็อาจก่อให้เกิดฟ้าผ่าได้ ที่ผ่านมา ปรากฏการณ์นี้มักพบเห็นได้เฉพาะในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อไฟป่าอย่างออสเตรเลีย และ อเมริกาเหนือเท่านั้น องค์การนาซาขนานนามว่าเป็นมังกรพ่นไฟแห่งมวลเมฆ พันโท เอริก โบรการ์ดี โฆษกของสมาพันธ์นักดับเพลิงฝรั่งเศส หรือ FNSPF อธิบายว่า เรากำลังรับมือกับสิ่งเรียกว่า ไฟพาความร้อน ที่สร้างกระแสลมขึ้นมาเอง ซึ่งเป็นลมที่เปลี่ยนทิศทางอยู่ตลอดเวลา ต่างจากไฟป่าทั่วไปที่ลุกลามเป็นรูปทรงกรวย ผลลัพธ์ก็คือมันลุกลามไปทุกทิศทุกทาง แลเกิดแนวหน้าไฟหลายจุด ทำให้สถานการณ์ไม่สามารถคาดเดาได้อย่างสิ้นเชิง